เนื่องจาก ARIES คือเครื่องกรองแรกของโลกที่มีความพิเศษ เครื่องกรองนี้จึงได้รับการปกป้องโดยการปกป้องสิทธิบัตรนานาชาติ (ทะเบียน PCT/NZ2017/050018)” ประดิษฐ์กรรมนี้เกิดขึ้นภายหลัง 5 ปีขอวการทดสอบอย่างเหน็ดเหนื่อยและครอบคลุม และได้รับการรับรองจากหน่วยงานทดสอบทางนิวเคลียร์ชั้นนำของออสเตรเลีย

ARIES กำจัดอนุภาคไอออนรังสีจากอากาศได้อย่างไร

เราใช้ซีเซียม 137 เป็นตัวอย่าง ซีเซียม คือ ธาตุในตระกูลอัลคาไลน์ ที่ประกอบด้วยฐาตุในกลุ่ม 1 (IA) ในตารางธาตุ ตารางธาตุนี้คือตารางที่แสดงถึงความเชื่อมโยงของธาตุเคมีว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร อัลคาไลน์ รวมไปถึง ลิเธียม,ดซเดียม,โพแทสเซียม,รูบิเดียม,และแฟรนเซียม ซีเซียม จัดว่าเป็นธาตุโลหะว่องไวที่สุด

ไอโซโทปมวลครึ่งชีวิตกระบวนการสลายตัวการสปินของนิวเคลียส (การเหวี่ยงตัว)โมเม้นแม่เหล็กนิวเคลียร์
129Cs128.906061.336 dEC to 129Xe1/21.49
130Cs129.9067129.21 mEC to 130Xe;
β- to 130Ba
11.46
131Cs130.905469.69 dEC to 131Xe5/23.54
132Cs131.9064306.48 dEC to 132Xe;
β- to 132Ba
22.22
134Cs133.9067142.065 yEC to 134Xe;
β- to 134Ba
42.994
135Cs134.9059722.3 x 106yβ- to 135Ba7/22.732
136Cs135.90730713.16 dβ- to 136Ba53.71
137Cs136.90708530.2 yβ- to 137Ba7/22.84

เครื่อง ARIES ใช้สภาวะแม่เหล็กของไอโซโทปและไอโซโทปที่เคลื่อนที่ในอากาศนั้น (จะล่องลอยในอากาศและผ่านสนามแม่เหล็ก (ส่วนที่ยืนออกมาจากฐาน))

เมื่อไอโซโทปเคลื่อนตัวผ่านสนามแม่เหล็ก ไอโซโทปจะเปลี่ยนทิศทางเพื่อต้านกับสนามแม่เหล็กและในชั่วขณะ (ระหว่างเปลี่ยนทิศ) จะถูกเหนี่ยวนำไปยังเส้นแนวสนามแม่เหล็ก ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆและการสลายตัวยังไม่เกี่ยวกับกระบวนการนี้ อย่างไรก็ตามไอโซโทปจะต้านกับสนามแม่เห็กในองศา 90 องศา และจะเดินทางเข้าสู่แม่เหล็กขั้วตรงข้ามที่มีองศาน้อยกว่า 45 องศา และไอโซโทปจะถูกเหนี่ยวนำเข้าไปยังสนามแม่เหล็กขั้วตรงข้ามอีกครั้งและในชั่วขณะจะถูกเหนี่ยวนำไปยังแนวสนามแม่เหล็กอีกครั้ง

กระบวนการนี้เน้นความสำคัญไปที่การสร้างสนามแม่เหล็กแบบคลื่อนวนโดยถูกเสริมโดยลักษณะแม่เหล็กดูดของอะลูมิเนียม และในการกระทำเช่นนี้ไอโซโทปที่เคลื่อนที่อยู่จะถูกดูดเข้าไปยังตัวกรองอากาศที่มีส่วนผสมที่สามารถดูดซับอนุภาคที่ถูกปล่อยออกมาจากสิ่งเหล่านี้ และกระบวนการทำให้หมดฤทธิ์จะดำเนินไปอย่างช้าๆ

เอกสารการทดสอบ

เอกสารการทดสอบที่ได้รับการรับรองและประกาศนียบัตรของ ARIES อยู่ด้านล่าง

รังสีกระตุ้นมะเร็ง

มากกว่า 10% ของการแพร่กระจายของมะเร็ง เกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับรังสี รวมไปถึงรังสีอนุภาคไอออน และ รังสีปราศจากอนุภาคไอออน นอกจากนี้มะเร็งแบบไม่แพร่กระจายส่วนใหญ่ยังเป็นแบบมะเร็งผิวหนังแบบที่ไม่ใช่เนื้องอกที่เกิดจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตปราศจากไอออน ตำแหน่งของรังสีอัลตร้าไวโอเลตถูกจัดให้อยู่บนสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าตั้งอยู่ระหว่างเส้นแบ่งระหว่างรังสีอนุภาคไอออนกับรังสีแบบปราศจากอนุภาคไอออน รังสีแบบปราศจากอนุภาคไอออนจากคลื่นวิทยุมาจากโทรศัพท์มือถือ การรับส่งพลังงานไฟฟ้า และปัจจัยลักษณะคล้ายคลึงกัน ถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็งที่เป็นไปได้ของหน่วยงานระหว่างประเทศว่าด้านการวิจัยมะเร็งภายใต้กำกับขององค์การอนามัยโลก แม้ความเชื่อมโยงจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ก็ตาม
การสัมผัสกับรังสีอนุภาคไอออนเป็นที่รับรู้ว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในอนาคต โดยเฉพาะลิวคียเมีย พาหะที่ทำให้เกิดโรคนี้เป็นที่รับรู้กันดี แต่รูปแบบการพยากรณ์โรคเชิงปริมาณจำนวนมากเยวกับความเสี่ยงของโรคยังคงเป็นที่กังขา ส่วนใหญ่รูปแบบการพยากรณ์โรคที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายคือการเกิดของมะเร็งเนื่องจากรังสีอนุภาคไอออนเพิ่มขึ้นอย่างเป็นเส้นตรงตรงกับรังสีที่รุนแรงในปริมาณความเข้มข้น 5.5% ต่อ ซีเวิร์ต (ปริมาณรังสีสมมูล) หากรูปแบบเส้นตรงนี้ถูกต้อง ก็จะส่งผลให้ภูมิหลังทางธรมชาติของรังสีเป็นรังที่มีปัจจัยอันตรายต่อสาธารณสุขโดยทั่วไป ตามมาด้วยการพยากรณ์โรคอย่างเร่งด่วน

มะเร็งคือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอย่างสุ่มจากรังสี นั่นหมายความว่าความเป็นไปได้ที่โรคนี้จะเกิดขึ้นมีสูงขึ้นตามปริมาณระดับรังสีว่ารุนแรงเพียงใด ตาความรุนแรงของมะเร็งนั้นไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ ความรวดเร็วที่มะเร็งจะเพิ่มสูงขึ้น ,การคาดการณ์,ระดับความเจ็บปวด, และลักษณะอื่นๆต่างๆของโรคที่ผู้ป่วยแสดงออกมาไม่เกี่ยวข้องกับรังสี ในทางตรงกันข้ามนี้กับการคาดการณ์ผลกระทบเกี่ยวกับความรุนแรงของอาการทางรังสีที่เพิ่มความรุนแรงมากกว่าเกณฑ์ มะเร็งเริ่มต้นจากการที่เซลล์หนึ่งกระบวนการทำงานไม่เป็นปกติ การทำงานเซลล์ปกติจะถูกควบคุมโดยโครงสร้างทางเคมีของโมเลกุลดีเอ็นเอหรือที่เรียกว่าโครโมโซม

เมื่อรังสีสะสมพลังงานเพียงพอในชั้นเนื้อเยื่อที่ก่อให้เกิดการแตกตัวของไอออน การเกิดขึ้นในลักาณะนี้จะทำลายความเชื่อมโยงของโมเลกุล และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลของโมเลกุลที่ไม่ได้รับผลประทบจากรังสี รังสีที่มีพลังงานต่ำเช่นแสงที่สามารถมองเห็นได้ ทำให้เกิดได้เพียงแค่กระตุ้น ไม่ทำให้เกิดการแตกตัวของไอออน ที่โดยปกติแล้วมักจะกระจายในรูปของความร้อนโดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเคมีที่เกี่ยวข้อง แสงอัลตร้าไวโอเลตโดยปกติถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบของรังสีปราศจากไอออน แต่โดยแท้จริงแล้วในระดับกลางสามารถทำให้เกิดการแตกตัวของไอออนและความเสียหายทางเคมีได้ ดังนั้นกระบวนการก่อมะเร็งจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตจึงคล้ายกับรังสีแบบมีไออน